เลือกกลิ่นหอมให้ตรงกับกรุ๊ปเลือดแพทย์ทางเลือกช่วยให้สุขภาพดี (ไทยโพสต์)          หลายคนที่มีปัญหาซึมเศร้า อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ระบบขับถ่ายทำงานได้ไม่ดี "กลิ่นหอมระเหย" สามารถช่วยบำบัดอาการเหล่านี้ได้ เพราะไม่เพียงกลิ่นหอมจะกระตุ้นการไหลเวียนของระบบเลือด แต่ยังช่วยปรับสมดุล ฟื้นฟูสุขภาพกาย-ใจ ยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายอีกด้วย           ทั้งนี้ หลักการทำงานของกลิ่นนั้น เมื่อจมูกเราได้รับกลิ่นจะถูกส่งผ่านเข้าไปยังสมองส่วนลิมบิก หรือสมองที่ควบคุมเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ โดยตรง เช่น รัก โลภ โกรธ ความเศร้า รวมถึงความจำจากนั้นกลิ่นจะถูกส่งต่อไปยังสมองส่วนไฮโปธาลามัส ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะสมดุล และส่งไปยังต่อมใต้สมอง ซึ่งเป็นต่อมไร้ท่อที่สำคัญของร่างกาย และต่อมไร้ท่อจะเป็นตัวกระตุ้นให้ระบบเซลล์ทุกส่วนในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกระแสเลือด ระบบเส้นประสาท และอวัยวะทำงานได้ตามปกติ อีกทั้งผลิตฮอร์โมนที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย          อย่างไรก็ตาม การเลือกบำบัดด้วยศาสตร์ทางเลือกดังกล่าว จำเป็นต้องเลือกกลิ่นหอมระเหยให้เหมาะกับกรุ๊ปเลือดของแต่ละคน เพื่อให้การทำงานของกลิ่นมีประสิทธิภาพมากที่สุด
 
          นพ.ชัชดนัย มุสิกไชย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือก รพ.นครธน เผยให้ทราบถึงกรุ๊ปเลือดของมนุษย์ว่า"ประกอบด้วย 4 กรุ๊ป เรียงตามลำดับจากกรุ๊ป O, A, B และกรุ๊ป AB และเนื่องจากมนุษย์เรามีต้นกำเนิดจากชนเผ่าแอฟริกัน และอาศัยอยู่บริเวณนั้นมาเกิน 2.000 ปี จากนั้นจึงขยายไปสู่ทวีปอื่น ๆ ดังนั้นเลือดแต่ละกรุ๊ปจะสื่อถึงบุคลิกที่แตกต่างกันของแต่ละคน เช่น          กรุ๊ป Oนั้นจะมีบุคลิกมุ่งมั่นจริงจัง และถูกขนานนามว่าเป็นกรุ๊ปเลือดที่เก่าแก่ที่สุด หรือเป็นมนุษย์กลุ่มแรกของโลก ซึ่งดำรงชีวิตอยู่ด้วยการล่าสัตว์และรับประทานเนื้อสัตว์เป็นอาหาร ดังนั้นจึงทำให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารของคนเลือดกรุ๊ป O มีความเป็นกรดสูง          หากเลือกที่จะบำบัดด้วยกลิ่นหอมระเหย ควรหลีกเลี่ยงกลิ่นส้มหรือกลิ่นมะนาว มะกรูดเพราะจะกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเพิ่มมากขึ้นและกลิ่นที่เหมาะนั้นเป็นกลิ่นหอมระเหยที่ใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนดินมากที่สุด เช่น กลิ่นของต้นไทม์ ราสพ์เบอรี่ ซีดาร์วูด แฟรงคินเซนส์(กลิ่นกำยานของชาวอาหรับ) เปปเปอร์มินต์ โกศกระดูก เป็นต้น          ส่วนกรุ๊ปต่อมาอย่างกรุ๊ป A นั้นถือได้ว่าเป็นยุคที่มนุษย์เริ่มทำการเกษตร ปลูกผักผลไม้ มีการตั้งถิ่นฐานมั่นคงและเลิกอาชีพล่าสัตว์ จึงทำให้คนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้เลือกรับประทานผักผลไม้เป็นอาหาร หรืออีกนัยหนึ่งอาจทำให้ขาดโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และเป็นกรุ๊ปที่เกิดความเครียดได้ง่ายกว่ากรุ๊ปอื่น ๆ           ดังนั้น น้ำมันหอมระเหยที่เหมาะกับเลือดกรุ๊ป A นั้นควรเป็นกลิ่นที่สดชื่น เช่นกลิ่นชาเขียว ใบมะเขือเทศ ใบโหระพา และยี่หร่าและควรหลีกเลี่ยงกลิ่นที่มีฤทธิ์กดประสาทและการไหลเวียนของเลือด หรือไปกระตุ้นให้เกิดความเครียด เช่น กลิ่นกระดังงา กลิ่นมะลิ ซึ่งเป็นกลิ่นหอมโทนต่ำนั่นเอง
 
         สำหรับกรุ๊ป B นั้นคุณหมอกล่าวว่า บุคลิกของคนกรุ๊ปเลือดนี้จะเป็นนักคิดหรือผู้ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และเป็นยุคที่มนุษย์เลิกล่าสัตว์ แต่เปลี่ยนมาเลี้ยงสัตว์ที่บริโภคได้แทน ดังนั้นคนกรุ๊ปเลือดนี้สามารถรับประทานอาหารได้หลากหลายชนิด จึงทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะไม่สมดุล ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดที่เรียกว่า "คอร์ติซอล" ออกมาได้ง่าย อีกทั้งร่างกายไม่สามารถขจัดสิ่งเหล่านี้ออกได้ อันเนื่องจากภาวะไม่สมดุลดังกล่าว จึงส่งผลให้เกิดโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือเกิดอาการเหนื่อยล้าง่าย จิตใจมัวหมอง นอนไม่หลับ ชอบกังวล           ดังนั้น กลิ่นหอมระเหยที่เหมาะสำหรับคนเลือดกรุ๊ป B นั้น นพ.ชัชดนัย แนะนำว่า ควรเป็นกลิ่นที่มีฤทธิ์เผ็ดร้อน กระตุ้นอารมณ์ให้สดชื่นเช่น กลิ่นขิง เปปเปอร์มินต์ โสม ขาเขียว ชาดำ แอปเปิลแดง เชอรี่ดำ ทับทิม พริกไทย พิมเสน และกลิ่นไม้สัก และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงกลิ่นโทนต่ำเช่นเดียวกับกรุ๊ป A เช่น กลิ่นกระดังงา และมะลิ          ส่วนกรุ๊ปเลือด AB ซึ่งเป็นเลือดกรุ๊ปสุดท้ายที่พบเมื่อประมาณ 1,000-1,500 ปี ซึ่งเลือดกรุ๊ปดังกล่าวเป็นการผสมระหว่างกรุ๊ป A กับ B ดังนั้นพฤติกรรมการรับประทานอาหาร จึงเป็นแบบผสมผสานกันระหว่างอาหารมังสวิรัติ กับอาหารหลายชนิดปนกัน ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ จึงอ่อนแอและเจ็บป่วยได้ง่าย และมีกรดในกระเพาะต่ำ           ดังนั้น กลิ่นหอมระเหยที่เหมาะกับเลือดกรุ๊ป AB นั้น ได้แก่ กลิ่นที่มีลักษณะของแร่ธาตุหลายชนิดรวมกัน เช่นกลิ่นแอลดีไฮด์ หรือกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสะอาดและสดชื่นสบายใจ ซึ่งประกอบด้วยกลิ่นคายูลิปตัส มะนาว ตะไคร้ ใบส้ม เกรปฟรุต ซีดาร์วูดหรือกลิ่นที่สื่อถึงแร่ธาตุ อะลูมิเนียม หินชนวน ก้อนกรวดน้ำ           ด้าน ธันยวัลย์ สุนทรนนท์ ผู้เชี่ยวชาญการใช้กลิ่นบำบัดอโรมาเธอราพี ศูนย์ไทยเมดิคอลสปา รพ.นครธน กล่าวทิ้งท้ายว่า เพื่อให้บำบัดโรคได้ผลสูงสุด นอกจากการสูดดมและนวดอโรมาแล้ว การเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยที่ตรงกับกรุ๊ปเลือด ก็ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยดังกล่าวลงได้ทางหนึ่ง

  เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย 

  คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Comment

Comment:

Tweet

Categories